กรณียเมตตสูตร Karaniyamettasutta
==============
2.
ตำนาน
==============
มีเรื่องเล่าว่า
ครั้งพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่นั้น มีภิกษุหมู่หนึ่งประมาณ 500
รูป รับบทเรียนพระกรรมฐานในสำนักของพระพุทธเจ้า แล้วทูลลาไปเจริญสมณธรรมในปัจจันตชนบทแห่งหนึ่ง
ได้เข้าไปพักอยู่ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งในป่าใหญ่แห่งนั้นมีรุกขเทวดา(เทวดาสถิตอยู่บนต้นไม้)
สิงอยู่
พอพระเหล่านั้นเข้าพักเพื่อบำเพ็ญสมณธรรม
พวกเทวดาก็ต้องหนีไปอยู่ที่อื่น เพราะพระเป็นผู้ทรงศีลพวกเทวดก็ได้รับความรับบากมาก
ต่างก็บ่นกันต่างๆนานา แต่เดิมก็คิดว่าพระคงจะมาพักสักแค่ 2-3 คืน แต่นี่พระจะอยู่เจริญสมณธรรมซึ่งจะสิ้นสุดเมื่อไรก็ไม่รู้
พวกเทวดาต้องการให้พวกพระหนีออกไปจากป่านั้นเสีย
จึงได้แสดงอาการการหลอกหลอนต่างๆ เป็นต้นว่าส่งเสียงโหยหวนน่าหวาดเสียว
ให้เกิดอาการไอ อาการจาม เป็นต้น
เมื่อพระได้ประสบกับสิ่งอันน่าหวาดกลัวเช่นนั้นจึงไม่เป็นอันปฏิบัติสมณธรรม
จึงชวนกันเดินทางกลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า และได้กราบทูลถึงสิ่งที่พวกตนได้ประบกันมาในป่าใหญ่
พระพุทธองค์ได้ทรงแนะนำให้ภิกษุเหล่านั้นเจริญเมตตา
คือ สวดกรณียเมตตสูตรแล้วส่งะระเหล่านั้นกลับไปอีก
คราวนี้เมื่อไปถึงพระเหล่านั้นก็ได้เจริญกรณียเมตตสูตร
เมื่อพวกเทวดาได้ฟังพระสูตรนี้แล้วเกิดเมตตาจิต
แทนที่จะสร้างความหวาดเสียวให้บังเกิดขึ้นแก่พระเหล่านั้น
กลับช่วยกันขวนขวายเพื่อความสุขและสัปปายะของพระภิกษุเหล่านั้น
พระภิกษุพวกนั้นเมื่อได้สิ่งสัปปายะแล้วก็เจริญสมณธรรมจนได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ทั่วกัน
เพราะเรื่องนี้เองเป็นเหตุ
จึงมีธรรมเนียมว่า เมื่อเดินทางงผ่านศาลเจ้าหรือศาลเทพารักษ์
หรือต้นไม้ต้นใหญ่มากหรือที่เรียกวา”ไม้วันบดี”ที่มีประชาชนนับถือบูชา คนทั้งหลายต้องทำความเคารพด้วยวิธีการบไหว้
แต่ถ้าเป็นพระภิกษุก็ต้องทำสามีจิกรรมด้วยการเจริญเมตตา
คือ สวดกรณียเมตตสูตร แม้คฤหัสถ์จะเจริญเมตตาด้วยการสวดกรณียเมตตสูตรด้วยก็ยิ่งดี
และยังถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่จนถึงบัดนี้ บทกรณียเมตตสูตรนี้
อาจเรียกว่ามนต์ขับผีด้วยก็ได้

No comments:
Post a Comment